‘ส่องกล้องผ่าตัดกระเพาะ’ รักษาโรคอ้วนช่วยให้หุ่นดี

‘ส่องกล้องผ่าตัดกระเพาะ’ รักษาโรคอ้วนช่วยให้หุ่นดี
ทำความรู้จักเทคโนโลยี “ส่องกล้องผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ” ลดความอ้วน นอกจากหุ่นดีขึ้นแล้ว ยังลดเสี่ยงสารพัดโรคแทรกซ้อน มีโรคอะไรบ้างไปอ่านกัน

คำว่า “อ้วน” คงไม่มีใครอยากได้ยิน!! หรืออยากให้ทักทายด้วยคำนี้ แต่…!! ถ้าใครที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อลดอ้วนแล้วก็ยังไม่ได้ผล คงต้องหันไปเพิ่งเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันมีหลายเทคนิควิธีที่ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตคนอ้วนดียิ่งขึ้น อย่างเทคโนโลยี “ส่องกล้องผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร เพื่อลดความอ้วน” ที่ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่เป็น “โรคอ้วน” และมีโรคแทรกซ้อนที่รบกวนการดำเนินชีวิตของคุณ

รศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ศัลยแพทย์ส่องกล้องและการผ่าตัดโรคอ้วน ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ความรู้ว่า “โรคอ้วน” เป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีการสะสมไขมันร่างกาย มากจนทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมาอีกหลายโรค สาเหตุมาจากการได้พลังงานจากอาหารมากเกินไป จนเกินความต้องการของร่างกาย และขาดการออกกำลังกาย แต่ขณะเดียวกัน “โรคอ้วน” ก็สามารถเกิดขึ้นได้จากยีน และความผิดปกติของต่อมไร้ท่อได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอ้วน คือ ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) มากกว่า 30 สามารถคำนวณได้ด้วยตัวเอง โดยนำน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง จะได้ค่าดัชนีมวลกาย คนกลุ่มนี้ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ รวมถึงวิธีการลดน้ำหนักที่ได้ผล ซึ่งการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 32.5 จะใช้วิธีการคุมปริมาณอาหารลดแป้ง น้ำตาล และไขมันร่วมกับการออกกำลังกาย

ส่วนกลุ่มที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 32.5 ขึ้นไป และมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย อย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคกรนหยุดหายใจขณะหลับ โรคหัวใจและหลอดเลือด แพทย์จะแนะนำการผ่าตัดส่องกล้องกระเพาะแบบแผลเล็ก Minimally Invasive Surgery (MIS) เพื่อรักษาโรคอ้วน และโรคร่วม

“การผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะอาหาร” เพื่อลดการดูดซึมของกระเพาะอาหาร เป็นการผ่าตัดที่มีแผลขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว เป็นทางเลือกหนึ่งที่แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดสำหรับคนไข้กลุ่มที่วิธีการรักษาด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายหรือรับประทานยาไม่ได้ผล แล้วกลับมาอ้วนอีก การผ่าตัดจะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยให้ลดอัตราการใช้ยาในการรักษาโรคหัวใจ และเบาหวานได้ในคนอ้วนดีขึ้น ลดโอกาสการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอีกด้วย

วิธีผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะมี 3 เทคนิคด้วยกัน คือ “การใส่หูรูดรัดกระเพาะ” เป็นการนำซิลิโคนรัดบริเวณส่วนต้นของกระเพาะอาหาร ให้มีขนาด30 cc. ทำให้คนไข้รู้สึกอิ่มเร็ว เพราะกระเพาะเล็กลง ไขมันที่ห่อหุ้มกระเพาะจะหายไป คนไข้ทานได้เกือบปกติ น้ำหนักจะลดลง 60% ของน้ำหนักส่วนเกิน

“การผ่าตัดการตัดกระเพาะแบบบายพาส” จะใช้วิธีการสอดกล้องผ่าแผลขนาดเล็กบริเวณหน้าท้อง จากนั้นแพทย์จะสอดใส่เครื่องมือเข้าไปเพื่อผ่าตัดกระเพาะให้เล็กลงเป็นกระเปาะ และตัดลำไส้บายพาส 150 ซม. เพื่อมาต่อกับกระเปาะและไปเชื่อมกับกระเพาะอาหาร แล้วนำเอามาต่อกับลำไส้ (บายพาส) ลำไส้ส่วนแรกไป การผ่าตัดด้วยวิธีนี้คนไข้ต้องเคี้ยวอาหารให้ละเอียดที่สุด เพราะอาหารไม่ผ่านการย่อยในกระเพาะ

สุดท้ายคือ “วิธีการผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะอาหารแบบสลีฟ” วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่มีดัชนีมวลกายประมาณ 35 ขึ้นไป และมีโรคแทรกซ้อนมากกว่า 2 โรค เป็นการผ่าตัดนำกระเพาะออกไปประมาณ 80% รวมถึงส่วนที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมความหิว คนไข้จะทานอาหารได้น้อยลงและอิ่มเร็วขึ้น เพราะกระเพาะอาหารมีความจุเหลือ 150 cc. วิธีนี้สามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 40-60% จากน้ำหนักตั้งต้น โดยแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์และมีประสิทธิภาพที่ดีในการรักษาระยะยาว

รศ.นพ.สุเทพ อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัญหาโรคแทรกซ้อนที่พบบ่อย คือ โรคเรื้อรังอย่าง เบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันเกาะตับ โรคเก๊าท์ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคถุงน้ำรังไข่ โรคปัสสาวะกลั้นไม่อยู่ โรคหลอดเลือดดำอุดตัน โรคซึมเศร้า โรคหอบหืด โรคมะเร็ง และที่สำคัญคือเป็นปัจจัยทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งทำให้ลดคุณภาพชีวิตและเพิ่มอัตราการเสียชีวิต

การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ เป็นทางเลือกหนึ่งที่นอกจากจะช่วยลดน้ำหนัก ส่งผลให้หุ่นดีขึ้น สภาพจิตใจก็ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้เบาหวานชนิดที่ 2 หายได้ 30-63% ลดระดับน้ำตาลสะสมได้ 2% และยังช่วยลดไขมันในเลือด ลดความโลหิต คุณภาพชีวิตดีขึ้น และลดอัตราการเสียชีวิตอีกด้วย

สุดท้ายเป้าหมายของการลดน้ำหนัก คือ “ลดไขมันส่วนเกิน และรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ ตลอดการลดน้ำหนัก” ฉะนั้นก่อนรับการรักษาเราควรได้รับความรู้เรื่องการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง เช่น เน้นเลือกทานโปรตีนให้ครบ เพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อ เคี้ยวอาหารให้ละเอียดขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการป้องกันน้ำหนักขึ้นมาใหม่ในระยะยาว เพราะถ้าผ่าตัดมาแล้ว ยังกินอาหารตามใจปาก และใช้ชีวิตเหมือนเดิม การรักษาก็ไร้ผลได้เช่นกัน!!

ขอบคุณข้อมูล จากเดลินิวส์